MooWaN 的个人资料++MooWaN~日志列表网络 工具 帮助

日志


6月10日

เลี้ยงสายปีสาม

ด้วยความตื่นเต้น
ที่คอยมาแสนนาน
 
อดทนรออย่างใจจดใจจ่อ
ในที่สุด วันนั้นก็มาถึง
 
 
เปิดสายปีสาม
 
 
ยังจำได้ เมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านี้
สมัยยังอ่อนใสวัยเฟรชชี่
(ถึงตอนนี้จะไม่ใช่ เฟรชชี่แล้ว แต่ก็ยังอ่อนใสเหมือนเดิม ^^)
ตามล่าหาพี่ปีสาม
 
ตอนนี้ ภาพมันกลับซะแล้ว
กลายเป็นพี่ กลายเป็นคนแกล้ง กลายเป็นคนแอบหัวเราะเมื่อเห็นปีหนึ่งทำอะไรสนองความต้องการรุ่นพี่
.....อย่างแปลงร่างโจ๋เรนเจอร์ เป็นต้น
 
 
ประทับใจ ในทุกภาพ
สะท้อนใจ เมื่อคิดได้ว่า
พอวันนี้หมุนมาอีกครั้งปีหน้า
ก็จะกลายเป็นเราไปเสียแล้วที่จะมาเปิด
 
 
เหตุการณ์วันหนึ่ง ผ่านไปไวจริงๆ
 
เอาล่ะ ในเมื่อ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ
ที่จะแย่เมื่อมีคนรู้เยอะ
เราก็จะเล่าให้ฟัง...ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมั่ง
 
 
เราก็แค่หลอกฝ้ายกะน้องพฤทธิ์ ว่าพี่รหัสหน้าตาเหมือนดาราอินเตอร์
จริงๆ จะว่าไป ที่พูดเนี่ย ไม่ได้หลอกซักนิดเดียว...เนอะ
เพราะว่า พี่เค เค้าก็ดาราอินเตอร์จริงๆ โกอินเตอร์ซะทั่วโลกยอมรับด้วย
....จา พนม
 
สองคนนี่หัวไวมาก แผล๊บเดียวก็มายืนหน้ากลุ่มพวกพี่เคแล้ว
พวกพี่ก็ อย่างที่รู้กัน แกล้งตามสไตล์เขา น่ะ ตะโกนบอกโน่น บอกนี่
ฝ้ายชื่อขึ้นด้วย ศ ศาลา ก็บอกว่าพี่รหัสคือพี่ดิมอ่ะ ...ศันยวิทย์
 
ตะโกนเรียก ศันยวิทย์ดังลั่น เวลาพี่ดิมเดินผ่าน
ปั่นหัวฝ้ายกะน้องพรึดซะเห็นๆ
 
 
แต่แล้วก็รับแหละ จนได้ แกล้งไปชั่วโมงกว่าได้มั้ง
 
จริงๆ การเปิดสายครั้งนี้ จบเร็วกว่าปกติ เพราะมีคนหัวใสบางกลุ่ม
เอาหนังสือตัวเองมาขายกลางงานเปิดสายรหัส
...a doc
 
น้องก็เปิดดูหน้าพี่ ดูชื่อ แล้วก็ไล่ตามหาได้เร็ว
แต่ยังไง รุ่นพี่ปีสามเขาก็ไม่รับเข้าสายง่ายๆหรอก
มันต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน
 
ที่จะเล่า เพราะว่าคนหัวใสกลุ่มนั้น
เอาหน้ากาก หน้าตัวเอง มาสมนาคุณ น้องที่ซื้อไปสี่เล่มแรกด้วย
แล้วไอ้หน้ากากนั่นน่ะ เลียนแบบปีสองเห็นๆ
 
และในเมื่อมันไม่ใช่ความลับ เราก็จะบอกว่า
.........คนหัวใสกลุ่มนั้น ก็คือ กลุ่มพี่รหัสเราน่ะเอง
จริงๆเล้ยยย
 
ตอนแรก เขาบอกว่าจะพาไปเลี้ยง พระรามเก้าคาเฟ่
ทุกคนก็อึ้งๆ
แต่ว่าถ้าเขาพาไปจริง เราก็เชื่อหวะ พี่กลุ่มนี้ทำได้ทุกอย่าง
พี่นิปปอนบอกว่า สงสัยพวกนี้มันจะไปเล่นตลกจ่ายแทนค่าอาหารแหงๆ
 
สรุปก็คือ พี่พาไปเลี้ยง
เจดการ์เด้น ตรงพระราม 9 ข้างๆ แมกซ์อ่ะ
ไปกันไกลโคตร ตลกอ่ะ เข้าใจว่าพี่มันแนว ไม่นึกว่าแนวขนาดนี้
ไม่เคยมีพี่สายไหนพาไปเลี้ยงยังงี้เลยอ่ะ โต๊ะจีนเต็มรูปแบบ
 
แบบมีเพลง มีห้องคาราโอเกะ มีโต๊ะที่คนแก่กินเยอะๆ พนักงานสาวใส่ชุดคอจีน ผู้ชายใส่สูท
โต๊ะไม้กลม เก้าอี้สลักลวดลายจีน
 
นิสิตแพทย์ปีหนึ่ง สอง และสาม กว่า 41 ชีวิต กินกันสี่โต๊ะ ท่ามกลางบรรยากาศที่คอนทราสสุดๆ กับวิถีชีวิตตัวเอง
 
ประทับใจนะ
ขำด้วย เวลาอาหารมา แล้วกินกันไม่เป็น
(
เมี่ยงลงมาเสริฟ หน้าตาของเมี่ยงชนิดนี้ เป็นหมี่กรอบมีเนื้อหน้าตาคล้ายหมูสับราดมา
บทสนทนาของพี่ๆ ทันทีที่อาหารเสริฟลงโต๊ะ
 
พี่ไกด์ - เฮ้ย พี่ครับ ขอโทษครับ ขอคำแนะนำวิธีใช้ด้วยครับ
พี่ปีย์ - นี่มันต้องกินยังงี้ (ว่าแล้วเธอก็ยัดหมี่กรอบลงหม้อต้มผักซะง่ายๆ ท่ามกลางสายตาของน้องๆ กะพริบกันปริบๆ)
พี่โจ้ - อ้าว หมี่กรอบแบบนี้ ไม่ได้กินกะโจ๊กเหรอวะ เดี๋ยวกูว่ามันต้องมีโจ๊กมาแน่ๆ
พี่ไกด์ - กูรู้แล้ว มันเป็นอาหารแมกซิกันเว้ย ไม่รู้จักกันล่ะสิ
พี่ง้วน - นี่มันเป็นเมี่ยง ต้องกินยังงี้ พวกมึงไม่รู้จักเหรอวะ (อันนี้เสียงคนรู้จริง พี่ง้วน พี่ชายหม่ำตะโกนบอกทุกคน)
พี่โจ้ - เมี่ยงอะไรวะ กูว่าต้องมีโจ๊กมาแน่ๆ
พี่ง้วน - ไม่ใช่โว้ยย ต้องกินกะผักยังงี้ อร่อยเว้ย มึงจะได้รสชาติของเป็ดนุ่มๆข้างใน
พี่โจ้ - หมูสับชัดๆ นี่มันเป็ดเรอะ??
พี่ไกด์ - กูรู้อยู่แล้ว นี่ไง มันเป็นเมี่ยง พวกมึงไม่รู้จักกันล่ะสิ
 
นี่เป็นแค่ตัวอย่าง
ไม่รุว่าพี่เค้าเข้าใจผิด มากินที่พระราม 9 คาเฟ่ ไม่ใช่ในภัตตาคาร ถึงเล่นมุกกันไม่ยั้งเลยทีเดียว
)
 
 
ขนมหวานที่นี่อร่อยมาก ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน
เป็นแคนตาลูปทำเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่น้ำแข็ง สาคู แล้วก็มีไอติม
หวานๆ เย็นๆ อร่อยสุดๆไปเลย
 
โดนพี่โจ้เตือนเรื่องมุกไปสองสามครั้ง
ฮาอ่ะ ก็เล่นมุกแบบที่มีคนว่า "เป็นคนตลกตลอดเวลา"
แบบ
พี่โจ้บ่นให้ห้องคาราโอเกะปิดประตูซักที เขาไม่ไหวแล้ว
อธิบายให้พี่คนอื่นฟังว่า อารมณ์มันคอนทราสมาก เหมือนไปกินอาหารอีสานแล้วเปิดเพลงจีน
...
เราก็ใส่มุกว่า มันอาจจะถูกก็ได้นะ อีสานมันอยู่ใกล้กับจีนดีออก
(กริบบมาก พี่ๆรีบบอกว่า ต่อไปให้ไตร่ตรองให้ดีก่อนเล่นอะไรนะหมูหวาน)
 
พอรอบสอง แกล้งพี่เค้าอีก ขัดคอเรื่องกินน้ำนี่แหละ พี่โจ้ว่ากินน้ำไปเจ็ดแก้วได้แล้วมั้ง
เราก็ว่า โม้.... ทำเสียงสูงๆแบบไม่เชื่อหรอก
พี่โจ้แบบ หันขวับ เตือนครั้งที่สองนะหมูหวาน
555+
 
 
กินที่นี่ทำให้ใครหลายคนได้เห็นหน้าพี่มิ้นชัดๆ
เขามาช้า(หรือเกือบไม่มาไปแล้ว) เพราะไปส่งน้องวิดวะ
แย่เนอะ เขาอยู่คณะไหนกันแน่เนี่ย อยากอยู่วิดวะมากจะทนอยู่ที่นี่ทำไม
 
ไอกล้าเลยแย่เลย
เกือบไม่ได้มากินด้วยกันแล้ว มัวแต่รอพี่มิ้น จนพี่โหน่ง พี่ปีย์ต้องไปตาม
แล้วก็ไปยืนรอพี่มิ้นด้วยกัน
กล้าบอกว่าเกรงใจพี่เขามาก แต่ทำไงได้พี่รหัสเรามันเป็นแบบนี้เอง
 
 
 
สรุป ก็ประทับใจนะ หัวเราะจนปวดหัวไปเลย
แม้จะกินไกลไปหน่อย แต่ก็ได้บรรยากาศอะไรที่ไม่เคยได้จากเลี้ยงที่ไหนมาก่อน
ขอบคุณพี่ๆทุกคนค่ะ
 
 
*********
 
ps. ระหว่างทางไป เจอไนท์ด้วย ช่วงนี้เจอบ่อยจริงๆนะเนี่ย
 
 
 
เหม่อ ... สบตา
-แหม มัวแต่มองอะไรอ่ะ พี่หมู
อะไร เปล่านะเว้ย มองเฉยๆ(แค่ไม่วางตาเท่านั้นแหละ)
6月3日

ความลับ

ความลับ เมื่อรู้ถึงสี่หู ก็ไม่สามารถเรียกว่าความลับได้อีกต่อไป
ประสบการณ์ตรงตรง จริงจริง
 
เมื่อมีคนรู้เยอะๆ
มันก็ดีตรงที่ไม่ต้องแอบซ่อน
แต่...
มันก็แย่
 
ตรงที่มันมีคนรู้เยอะ
 
 
เข้าใจป่ะ ถ้าไม่เข้าใจ
เราจะอธิบายให้ฟังใหม่อีกที มันอาจจะเข้าใจยากในตอนแรกๆ
 
 
 
ความลับ มันจะคงสถานะเป็นความลับต่อไปได้
ก็เมื่อมันอยู่กับตัวเราเองเท่านั้น
 
เมื่อความลับ ล่วงรู้ถึงสี่หูแล้ว
มันก็ไม่อาจเรียกตัวเองว่าความลับได้อีกต่อไป
 
แม้เมื่อคนรู้เยอะๆ บางทีมันอาจจะดี ตรงที่เจ้าของความลับไม่ต้องหลบซ่อนกลัวว่าใครจะรู้อีกแล้ว เพราะรู้กันไปหมดแล้ว
มันก็ยังแย่ ตรงที่มันมีคนรู้เยอะนี่แหละ
 
 
 
ที่นี้เข้าใจหรือยัง ว่าเราหมายถึงอะไร
ยังไม่เข้าใจหรือเหรอ?
จะให้เล่าอีกรอบ??
 
 
ก็ได้ค่ะ วันนี้ว่าง
ฟังอีกทีนะ
 
 
ว่า
ความลับ ก็คือความลับ เป็นเรื่องที่รู้อยู่กับตัวเองเท่านั้น
ถ้าความลับ รับรู้ถึงสี่หูสองคนถ้วนแล้ว
มันก็สูญเสียสภาพ และไม่อาจเรียกว่าความลับได้อีกต่อไป
 
 
หากมันก็ดี เพราะเมื่อคนรู้เยอะ
ไอ้เจ้าของความลับมันก็เปิดเผยได้สบายใจ ไม่ต้องแอบซ่อนระแวงอะไรอีก
เนื่องจากมันรู้ไปหมดแล้ว
 
แต่มันก็แย่...
ตรงที่มันมีคนรู้เยอะนี่แหละ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทีนี้เข้าใจแล้วหรือยัง??
ถ้าเจ้ายังไม่เข้าใจ
 
ข้าก็แนะนำว่า...
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าจงไม่รู้ต่อไปเถอะ
เพราะ
มันจะแย่
ตรงที่มันมีคนรู้เยอะๆนี่แหละ
 
 
 
 
 
-จบ-
6月2日

เป็นที่รักเสมอ

เป็นที่รักเสมอนะจ๊ะ
 
เป็นที่รัก
ที่รัก
 
วู้.....
 
 
วันเวลาผ่านไป คนเรามันก้อเปลี่ยนได้เยอะแยะ
เหมือนกับใจคน
 
 
แต่ถ้าลองได้รู้จักรักมั่นคงแล้ว
จะให้เปลี่ยนแปลง ก็คงยาก
 
may the force be with u
 
อยากให้เธอไม่เหมือนใคร ...เพราะคนเราต้องเป็นปัจเจก เป็นเอกชน ไม่ใช่รัฐบาล(เย้ยย ไม่เกี่ยว)
อยากให้เธอปล่อยมุกประหลาด ...แม้ไม่มีใครเข้าใจ แต่เราจะพยายามเข้าใจ
อยากให้เธอได้พักผ่อน... ถ้ามันเหนื่อยนักตอนนี้
อยากให้เธอสุขสบาย ...ถ้าทำอะไรได้จะทำให้
 
 
 
เจ้าพ่อกะเจ้าแม่
หวานขอโทษที่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ไม่ค่อยมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนแต่ก่อน
วันๆเอาแต่สิงอยู่ในคณะ แม้จริงๆ งานที่ทำก็มักจะเป็นลูกกระจ๊อกเค้าซะมากกว่าเป็นเฮดอะไรหรอก
ทำงานไม่ได้สบายเหมือนอย่างที่อยู่กับพ่อกะแม่
 
ถึงอย่างนั้น ก็เหมือนหวานเลือกฝั่งโน้นมากกว่าที่บ้านจนพ่อกะแม่น้อยใจ
 
อย่างอนนะคะ อย่าเพิ่งโกรธ
หวานไม่สบายใจ
 
ตอนนี้จะพยายามกลับบ้านให้มากขึ้น
...สัญญาค่ะ