MooWaN 的个人资料++MooWaN~日志列表网络 工具 帮助

日志


12月9日

(หมู)หวานใส ไร้สติ?

หน้าหนาวก็จริงอยู่ ทำไมความรู้สึกปีนี้ มันไม่เหมือนปีก่อนๆ เลย
ไม่ว่าจะเป็นอากาศ ที่ร้อนตับแตก ว่ากันว่า อีกห้าสิบปี กรุงเทพ จะไม่มีหน้าหนาวอีกต่อไป
ฉันว่า ไม่ใช่ห้าสิบปีหรอก ห้าสิบวินาทีน่ะสิ

สเปซเปลี่ยนโฉมไปนิดหน่อยนะ อยากให้ดูหวานๆ นิสนึง แต่พอใส่ๆ แต่งๆ เข้าไป ลุคโดยรวม โคตรหวานเลย
ช่วงนี้สีแดงกำลังมาแรง แต่ว่าแดงมันจัดจ้านไปหน่อย ไม่ค่อยชอบ

สีที่มาแรงช่วงหน้าหนาวอีกสี ก็น่าจะเป็นม่วงนะ หลายวันก่อน ลองปรับให้เป็นสีม่วงดูแล้ว
เหอๆๆ เศร้าพิกล ทึมๆ มึนๆ มิน่าล่ะ เค้าถึงว่า สีม่วงมันแม่ม่าย

จริงๆ คงเลือกสีไม่ดีเองแหละ ไปเลือกม่วงโทนมึนๆ เข้า ถ้าหากเลือกดีๆ มันควรจะเป็นสเปซสีลึกลับ น่าค้นหามากกว่า

....เขียนๆ ไป แล้วเริ่มงงตัวเอง เป็นไรมากป่ะวะเรา??

 

การเรียนชักหนักหน่วงทุกที แต่ไม่มีแรงอ่านเลย
ตอนนี้กลับไปสนใจอะไรไม่รู้
แต่งหน้า แต่งมันอยู่นั่นแหละ 555+ วันก่อนลองทาอายแชร์โดว์สีฟ้า แล้วก็ออกไปดูหนังกะเพื่อนๆ

นะ ก็ได้รับทั้งคำชมคำด่า ครบทุกรส ตอนเย็น โผล่ไปที่คณะอีก รุ่นพี่ก็เห็นโดยถ้วนทั่วกัน

มีคนเคยบอกว่า ผู้หญิงตอนเรียนอ่ะ เก่งกว่าผู้ชาย ทำคะแนน ทำข้อสอบ ก็ตั้งใจกว่า ทำได้มากกว่า
ดูอย่างเตรียมสิ ตอนที่เข้าไป อาจารย์ก็บอกว่าจะเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น สตรีเตรียมอุดมศึกษาอยู่แล้ว

แต่เวลาทำงาน ผู้หญิงกลับไปสนใจเรื่องแต่งหน้า แต่งตัว ไร้สาระ พวกนี้มากกว่า ตั้งใจทำงานจริงๆ
แล้วเวลาล่วงผ่านไป ไฟมันก็เลยดับด้วยประการละฉะนี้แล

 

อยากจะขอเถียงนิดนึงอ่ะ
มันก็ไม่ได้ไร้สาระนะ เราชัวร์ว่าตัวเองยังอยู่ในสายกลางอยู่

เป็นคุณหมอที่แต่งตัวเก่ง ก็ดูจะเข้าคอนเซปต์กับสถาบันเราดีนี่นา ใช่ป่ะ

 

อีกอย่าง
ผู้ชายที่เอาแต่แต่งตัว หลงตัวเอง เก๊กจนเมื่อยหน้าตลอดวัน เรียนก็ไม่เรียน ทำงานก็ส่งๆ ไป
แค่หัวดีนิดหน่อย ตัดสินใจเร็ว

อืมมมม พวกนี้ จะทำงานดีไปกว่าฉันได้ไง หา

 

 

อืมมม

ว่าแต่ว่า หน้าหนาวสีม่วงมาแรงใช่ป่ะ

เดี๋ยวไปลองอายแชร์โดว์สีม่วงมั่งดีกว่า เอิ๊ก

12月2日

วินาทีแช่แข็ง

 

เคยไหม
เวลาที่เราเดินเข้าไปในที่สักที่ที่มีความหมายต่อเรามากๆ แล้วจะรู้สึกตื่นเต้น
 
ไม่ได้หมายความว่า สถานที่นั้นมันพิเศษหรอกนะ มันอาจจะเป็นที่ที่เราไม่เคยไปเลยก็ได้ แต่
มันมีอะไรเกี่ยวพันกับสิ่งที่เราฝังใจ
 
ถ้าใครไม่เป็น เราก็จะบอกว่าเราคนนึงละ ที่เป็น ส่วนมากจะเป็นร้านหนังสือนะ
ทั้งๆ ที่ ร้านหนังสือแต่ละร้านมันก็ไม่เหมือนกัน บางร้าน ยังไม่เคยเข้าไปด้วยซ้ำ
แต่เวลาจะได้เข้า หรือแค่ผ่าน ก็กลับตื่นเต้นซะเฉยๆ
 
อืมมม มันอาจจะเป็นอาการทางสมอง...??
 
(เหอๆๆๆ เอา Behav sci มาช่วยเร้ว ปกติชอบ fantasy คราวนี้เป็นอาการไรวะ?)
 
อีกอย่าง
เราเขิน อาย ไม่กล้าพูดในที่ประชุมชนหรอกนะ
(เพื่อนๆ อย่าทำหน้างงอย่างนั้น)
 
ถ้าเป็นคนแปลกหน้า เราจะพูดน้อยได้จนสังเกตได้ชัด ประหยัดถ้อยคำช่วยชาติสุดชีวิต
 
 
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับร้านหนังสือ?
 
อ่อ
เพราะว่า เวลาหาหนังสือที่ต้องการไม่เจอ
เราก็เขิน ที่จะเข้าไปถามพนักงานร้าน ว่า รู้จักไหมคะ หนังสือเล่มนี้อยู่ตรงไหนคะ?
 
ใช้วิธีด้นๆ หาเอาอย่างนั้นแหละ หาไม่เจอ ก็ไม่ต้องอ่านมันหรอก ดีด้วย ประหยัด ไม่เสียตังค์
 
เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว จนกระทั่งวันนี้
มันกลายเป็นความเคยชิน และเป็นความรู้สึกพิเศษไปแล้ว
ที่จะได้ ไล่กวาดสายตา ผ่านหน้าปก สันปก หลากสีสันซึ่งเรียงรายอยู่ตรงหน้า
 
ถึงจะอ่านออกมั่งไม่ออกมั่ง ก็ไล่สายตาเร็วๆ อยู่ดี เพราะอย่าลืมว่าเราอยู่ในร้านหนังสือ เราตื่นเต้นทุกครั้งแหละ มันใจเย็นไม่ไหว
 
 
ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน
 
ณ วินาทีนั้น ก็จะกลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ มีเพียงเรา และ หนังสือ
ณ วินาทีนั้น เวลาไม่มีความหมาย
 
และวินาทีนั้น มันติดอยู่ในความทรงจำของเรา
ในทุกครั้งที่เปิดอ่าน หรือได้นึกถึงหนังสือเล่มนั้นๆ
 
 
และแน่นอน ที่ขาดไม่ได้
คนพิเศษสุดในชีวิตเรา ที่ยืนอยู่ข้างๆ เสมอ
แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยเราหาหนังสือก็ตาม แต่ว่า เขาก็ยืนเลือกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรานี่แหละ
 
ที่สำคัญที่จำได้ เพราะว่าเขาจ่ายตังค์ให้ทุกครั้ง
และเขา เป็นคนสอนให้เราอ่านหนังสือเป็น
รักหนังสือทุกเล่มในบ้าน
เป็นผู้ที่ทำให้ เราและหนังสือ มีความหมายต่อกัน จนเราตื่นเต้นได้ทุกรอบอย่างที่บอกไปน่ะแหละ
 
 
รักพ่อนะคะ
สุขสันต์วันพ่อ และสุขสันต์วันเกิดค่ะ