| MooWaN 的个人资料++MooWaN~日志列表网络 | 帮助 |
|
10月29日 ส้นสูงเปลี่ยนความคิดเคยอ่านเจอว่า การใส่ส้นสูง จะทำให้เรารู้สึกดีได้
เหตุเกิดเพราะ วันอาทิตย์ไม่ได้กลับหอมาเหมือนเคย ที่บ้านไม่มีรองเท้าที่ใส่มาคณะได้
ผลก็คือ เพื่อนทักจมเลย เอาละครับ ความมั่นใจมันมาเยอะเลย ไม่รู้ละ เราเหมาทั้งหมดว่ามันเป็นความรู้สึก "ดี" จัง
เมื่อได้มองกรุงเทพมหานครด้วยสายตาที่สูงกว่าเดิมสองนิ้ว ก็เหมือนสิ่งต่างๆที่เราพากเพียรจะทำ แท้ที่จริง มันไม่ยากอย่างที่คิดเลย เพราะที่สำคัญที่สุด เพราะเราได้เรียนรู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงคราวนี้ "เรา" ทำได้ เราเปลี่ยนโลกได้ แค่เรา "ลงมือ" ทำ
คว้าส้นสูงมาใส่ อาทิตย์นึงวันนึง
.... 10月24日 แล้วต่อไป เราจะทำอย่างไรดีเมื่อคนเราแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากการทำงานไม่ได้
ปัญหาก็ตั้งท่าก่อขึ้นมาเป็นเงาๆให้เห็นแล้ว
เมื่อคนเราแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากการทำงานไม่ได้
การมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ มันก็เรียกได้ว่าลำบาก
มีคนมากมายบนโลกนี้ ที่น่าจะเข้ากับเราได้
แต่คนเหล่านั้น ก็เข้ากันเราได้แค่บางเรื่อง
ในบางเรื่อง เราก็อาจจะรับเขาไม่ได้เลยทีเดียว
มองอีกด้าน
คนบางคน เหมาะจะนับถือกันในลักษณะหนึ่ง
แต่ไม่เหมาะที่จะนับถือกันในอีกลักษณะหนึ่ง
เมื่อความสัมพันธ์เปลึ่ยนแปลง เข้ามาใกล้ชิดทางหนึ่ง แต่อาจจะไกลกันอีกทางหนึ่ง
และเมื่อได้รู้ว่า เขาไม่ได้นับถือเราในทางที่เราหวัง ในความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนตำแหน่งไปนั้น
เราก็อาจจะพาลเกลียดเขาเอาได้ง่ายๆ
ก็ในเมื่อ เรา แยก ความ รู้ สึก ส่วน ตัว ออก จาก การ ทำ งาน ไม่ ได้
คำถามก็คือ
แล้วต่อไป เราจะทำอย่างไรดี 10月20日 คิดอย่างนางเอกวันก่อนอ่าน "เลื่อมพรายลายรัก" จบในหนึ่งคืน จับอกจับใจขนาดหนัก
และแล้วจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า....
ทำไม ถึงได้ชอบขนาดนี้นะ?
เป็นเพราะเนื้อหา?
ข้อคิด?
บทบรรยาย พรรณนาโวหาร?
หรืออันที่จริง เพราะไม่ได้อ่านอะไรยังงี้มานานแล้ว?
สุดท้ายก็ได้คำตอบที่คิดว่าตรงใจที่สุด
เพราะนางเอกของเขามั่นใจดีเหลือเกิน
น่าเอาเป็นแบบอย่างชะมัด
ไม่ต้องกลัวใครๆเขาว่า
ตะลอนเที่ยวโดยไม่ต้องวางแผนรัดกุมเพื่อ"ความปลอดภัย"
แค่สนุกและมีความสุขกับชีวิต
ไม่ปล่อยให้สิ่งดีๆผ่านไปเพียงแค่ยึดติดกับสังคม
มั่นใจในแนวทางชีวิตของตนเอง
นั่นสินะ
เมื่อคนเรา พ้นจากพันธนาการทางกฎเกณฑ์
อิสระก็อยู่ในมือแล้ว
เพียงแค่เปลี่ยนแปลงความคิดเท่านั้น... 10月10日 อีกแล้วฉันตกหลุมรัก(อีกครั้ง)แล้วล่ะ
โน...โน...โน
ต้องดักเอาไว้ก่อน
คราวนี้ ไม่ได้ไปตกหลุมรักนักดนตรีที่ไหนหรอกนะ
ไม่ได้บ้าคลั่งดาราหน้าตาดีด้วย
แล้วก็ไม่ได้กรี๊ดรุ่นพี่คนไหนเลยจริงจริ๊ง
อีกอย่างนะ
คนโชคร้ายคนนั้น ที่ฉันตกหลุมรัก
ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเขาสักครั้งเลยละค่ะ
อ้าว??
ฮะๆ ได้ยินตัวอะไรร้องอ้าวๆแถวนี้แฮะ
นายจะถามว่า แล้วอิฉันไปตกหลุมรักเขาเข้าได้ยังไงใช่ม้า
รักเพราะคำเล่าลือ?
หรือเพราเพื่อนกรั๊ด ฉันกรี๊ดด้วย?
เป็นหนุ่มคลีโอ?
เป็นพระเอกในนิยาย?
หรือว่าเป็นเจ้าชายสูงศักดิ์พลัดถิ่นอย่างแงซาย?
ฮะแอ้ม! กรุณาอย่าเดามั่วซั่วกันต่อไป
อิฉันในฐานะนักหัดเขียนตัวเล็กคนหนึ่ง จะขอประกาศว่า ที่รักแต่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตานั้น เป็นเพราะ
อิฉันหลงรักตัวหนังสือของผู้ชายคนนั้นค่ะ
งานของใคร?
ทำไมถึงหลงรัก?
อ๊ะๆ ได้ยินนะ ว่าแอบถามเรากันอยู่ในใจน่ะ
ใจเย็นๆ จะเล่าให้ฟังเดี่ยวนี้แหละ
ใช่ว่าไม่เคยอ่านงานของเขามาก่อน
เคยน่ะมันเคยแน่
เวลาซื้ออะเดย์ คอลัมน์เขาจะเป็นคอลัมน์แรกสุดที่พลิกอ่านด้วยซ้ำไป
ตื่นเต้นว่า เดือนนี้ เขาจะมามุกไหน(อีก)วะ
...หึหึ แต่ตอนนี้ไม่ได้อ่านอะเดย์แล้วล่ะ หึหึ...
เมื่อวาน ดึกๆหน่อย ไม่มีอะไรทำ
หยิบผลงานรวมเล่มของเขาคนนั้นมาอ่าน
แล้วก็โดนกระแทกอย่างจัง!
ก็ใช่ว่าจะไม่เคยอ่านแล้วกระแทกใจอย่างนี้
หากปกติอ่านทีละหน้าในนิตยสาร แรงก็ย่อมมีน้อยกว่าอ่านหนังสือรวมเล่มจริงป่ะ?
ทุกหน้าที่พลิกผ่าน ตัวอักษรที่เรียงรายมีอานุภาพมหาศาลจนหัวใจดวงน้อยๆนี้มิอาจต้านทานไหว
รัก(ตัวหนังสือของ)เขาเข้าแล้ว ...จริงๆ
อ่านคำอุทิศที่หน้าปก
ก็เพิ่งได้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้ ...."นิ้วกลม"
เขาเป็นศิษย์เก่าบดินทรเดชาซะด้วย
ไม่น่าเชื่อว่า เรามีบางอย่างเชื่อมถึงกันด้วย!
p/s
ฉันเขียนเหมือนคนโรคจิตเลย 55+
นิ้วกลมมาเห็นเข้าก็คงกลัวแหงๆ
เด็กอะไรวะ โรคจิตชะมัด เขียนพร่ำเพ้อเป็นบ้าเป็นบอ
แต่ฉันไม่กลัวหรอกเพราะเขาคงไม่เข้ามาอ่านในนี้แน่ๆ ไม่มีทางแจ๊กพอตขนาดนั้น
อีกอย่าง คนเรามันก็โรคจิตด้วยกันคนละอย่างสองอย่างอยู่แล้วนี่
...แล้วฉันจะกลัวไปทำไม
p/s 2
วันนี้ไป"เดิน"ถนนราชดำเนิน อย่างที่ตั้งใจมาด้วยละ
ถือเป็นการย่ำกรุง อย่างแท้จริง
walk of life ย่ำกรุงยามฝนพรำ
ไว้จะมาเขียนทีหลังนะ 10月9日 The Secretคิดคิดอยู่ในใจมาตั้งนานและว่าอยากจะย้ายไปบล็อกแก๊งค์
คิดว่าจะทำจริงๆนะ คือมันเป็นความฝันอย่างหนึ่งก็ว่าได้
แล้วก็รู้สึกว่า แล้วเราจะมีหลายที่ไปทำไมวะ?
ใจหนึ่งคือ เสียดาย เสียดายบทความในนี้เขียนมาก็สองปีกว่าแล้วนะ
(คงมีคนตะโกนว่า แกก็ไม่ต้องลบสเปซนี่ทิ้งสิฟะ)
ไม่ได้เสียดายอย่างนั้นหรอกนะ
คนเรามันก็ต้องมีความผูกพันกับอะไรบ้างสิ
จากที่เคยกดเข้าไปดูแต่สเปซ ก็ต้องเปลี่ยนไป
(แล้วมันหนักหนาสาหัสตรงไหนฟะ)
ก็ไม่เท่าไร แต่ว่า...
(แกก็มีหลายๆที่ดิ ไม่เห็นเป็นไร ใครๆก็ทำกัน)
อืม ไอ้ประโยคใครๆก็ทำกันเนี่ยแหละ ทำให้ไม่อยากทำ
อีกอย่าง เรามาพร่ำบ่นตรงนี้ไปทำไม?
จะให้ใครอ่านเหรอ? หรือว่าให้มีคนมาเม้นเยอะๆ?
ตอบได้ทันทีว่าไม่ใช่
เขียนเพราะอยากเขียน
เขียนเพราะรู้ว่า อีกไม่นาน ฉันจะเป็นนักเขียนที่ดีได้แน่ๆ
ถ้าตั้งใจฝึกในฐานะ "คนเขียน" อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
เราอยากชี้ให้ดูความต่างนิดหน่อย
สเปซ ที่ว่าง โลกส่วนตัวแห่งหนึ่ง
"แก๊งค์" หรือ hi5 ดูเป็นพื้นที่หาเพื่อนมากกว่า
ไม่รู้สิ การที่ต้องคอยแอดเพื่อนมันไม่ใช่เราหวะ
ก็อาจจะมีคนเถียงอีกว่า สเปซก็มีแอดเพื่อนหนิ
อืม มันก็จริง แต่ตอนที่ทำแรกๆเลย เมื่อสองปีก่อนน่ะ
คนที่เข้าได้ ก็คือคนที่อยู่ในลิสต์เอ็มฯ ถูกป่ะ
มันไม่ต้องแอดอ่ะ ก็เลยทำ
แล้วเราจะมาแจงเหตุผลทำไมวะ?
..
..
..
(ข้อแก้ตัว ไม่ยอมทำบล็อกไงละ 55+)
แต่ไม่แน่นะ ในเมื่อมันเป็นความฝันของเรานิ
เราอาจจะย้ายก็ได้ เหอๆ อนาคตไม่แน่นอนนี่นา
พล่ามมาพอสมควร
จะบอกว่า วันนี้ได้อ่านเรื่อง The Secret
หนังสือที่มียอมขายอันดับหนึ่งติดต่อกัน 35 สัปดาห์ในอเมริกา
อ่ะนะ เห็นอย่างนั้นแล้ว ก็นึกสงสัยว่า หนังสือนี่มันมีดีตรงไหนล่ะ ถึงได้ทำสถิติขนาดนั้น
รูปร่างหน้าปก สวยอยู่ พอดีเราชอบพวก "ครั่ง" อยู่แล้ว
พอเห็นเอามาประยุกต์เป็นปกเลยยิ่งจี๊ด แหม สวยจริงๆนะ
อ่านยังไม่จบหรอก
หากแค่ครึ่งเล่มก็ทำให้ เรามีกำลังใจขึ้นมายังไงบอกไม่ถูก
เนื้อหาเป็นยังไง ใครอยากรู้ต้องไปหาอ่านเอาเองนะ
ขอโปรยไว้ก่อนละกันว่า "ความลับ" ที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้
ถูกค้นพบโดยบุคคลมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งนั้น
ในหนังสือกล่าวถึงทั้ง เพลโต กาลิเลโอ ไอน์สไตน์ ฯลฯ
(สารภาพว่าตอนที่เห็นเขาเอ่ยถึงคนดังเหล่านี้ ทำให้แอบนึกถึง Davinci's Code ยังไงไม่รู้แหะ
แต่ว่า เรื่องนี้มันไม่ใช่นิยายอย่างนั้นเท่านั้นเอง)
"ความลับ" ที่มีบุคคลส่วนน้อยเท่านั้นมีโอกาสรู้
"ความลับ" ที่กำคำตอบของคำถามที่ไม่อาจตอบ
ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลเยอะดี น่าสนใจ แถมเขียนชี้นำ ชักนำ ให้เห็นชอบไปตามนั้นได้ง่ายดายมาก
อ่านๆไป ฉุกคิดเล็กน้อยในฐานะเป็นชาวพุทธที่มีศรัทธาคนหนึ่ง
"The Secret"
กำลังเอ่ยเรื่องเดียวกับ ที่พระพุทธเจ้าสอนเราหรือเปล่านะ?
...ทิ้งท้าย
เรากำลังทดลองบางอย่างของกฏในหนังสืออยู่
กฏนี้เป็น "ความลับ" อย่างหนึ่งที่คนทั่วไปไม่รู้
ถ้ามันได้ผล แสดงว่า
"ความลับ" คงเป็นเรื่องจริง
...ทิ้งท้ายกว่า
สงสัยจะต้องไปหา "ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ" มาอ่านซะแล้วล่ะ 10月7日 Why do I love you so?วันนี้ซื้อหนังสือมาเล่มนึง
รู้สึกคุ้มมากๆ กับ 159 บาทที่จ่ายออกไป
(ทั้งๆที่ตอนนี้เกือบหมดตัวแล้วเพราะเครื่องสำอาง ฉันควรจะประหยัดทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายมันถึงจะถูก)
ดีใจจังที่ตัดสินใจซื้อมา
คือจริงๆ แล้ว เดินหาซื้อเล่มนี้ตั้งแต่วันศุกร์แล้วล่ะ
แต่รู้มั้ยว่า ร้านนายอินทร์ที่พารากอน ไม่มีหนังสือเล่มนี้!!!
ช่างน่าแปลกอะไรเช่นนี้
เอาเถอะ
จะบอกชื่อหนังสือและ
ชื่อ "Why do I love you so?" ที่เป็น title คราวนี้ไง
มันเป็นนิยายขนาดกะทัดรัดที่เราอ่านสองชั่วโมงจบ
แต่ตอนนี้เรายังอ่านไม่จบนะ
เรายังไม่อยากให้มันจบน่ะ
รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่เปิดหน้าแรกขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ ยิ้ม กลั้นยิ้ม หลุดหัวเราะไปหลายรอบแล้ว
จนคนทักแน่ะ ว่าตอนนี้อารมณ์ดีนะ ผิดกับอาทิตย์ที่แล้วเยอะเชียว
แน่น่ะซีคะ ก็อาทิตย์ที่แล้ว ตั้งหน้าตั้งตาอ่านแต่ CVS GI Endocrine แล้วก็ GU ซะจนหัวหมุนนี่คะ
มาอ่าน Why do I love you so? มันคนละฟีลเลย
แต่ดีนะ ไม่ค่อยมีใครทักว่าเราหน้าตายิ้มแย้มสักเท่าไรหรอก ก็เราหน้าดุจะตาย ใช่มะ
ตาก็ดุ๊ดุอยู่แล้ว ใต้ตาก็ดำยังกะทายาทช่วงช่วงหลินฮุ่ยเลยทีเดียว
Why do I love you so? ทำให้คิดถึงเรื่องสมัยมอปลายมาเลยทีเดียว
ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต...
แต่...
ถ้าถามว่าเราอยากกลับไปมอปลายไหม
ไม่อ่ะ ตอนจบ ก็อยากจะจบมอหกจะแย่
ไม่อยากใส่ชุดนักเรียนแล้ว รองเท้าหนังสีดำก็พอกันที เลิกๆ
แต่ถ้าถามว่าเราอยากโตไปกว่านี้อีกไหม
ก็ไม่ค่อยแฮะ ดูชีวิตมันเริ่มโหดร้ายขึ้นทุกวันๆที่เลยผ่าน
อยากอยู่ยังงี้แหละ ปิดเทอมยังงี้ไปนานๆ
เป็นไปไม่ได้สินะ
แต่..
รู้สึกไหมว่าเราเขียนคำว่า "แต่" เยอะจัง
555+
ชีวิตมอปลายก็เหมือนเพื่อนเราน่ะแหละ
เพื่อนสมัยเด็ก เด็กมากๆเลยนะ
อย่างตอนอนุบาลน่ะ
จำได้ไหม ก็ตอบว่าจำได้
มีความสุขไหมตอนนั้น ก็คงต้องบอกว่า...สุข
ทุกข์ตอนนั้นมันจะมีอะไรอ่ะ นอกจาก ครูตีเพราะไม่ยอมนอนกลางวัน
กินข้าวไม่หมดแล้วครูว่า โดนบังคับให้กิน
เวลาว่างปุ๊บก็วิ่งเล่นปั๊บ แล้วก็โดนเพื่อนผู้ชายแกล้งเปิดกระโปรง
จำได้อีกว่าโดนเพื่อนรักหักหลัง เอาคำสารภาพรักของฉันไปบอกเพื่อนผู้ชายคนนั้น
โคตรอายอ่ะ แต่ตอนนั้นฉันสมหวังนะ 555+
อ๋อๆ อีกอย่าง ตอนนั้นกลัวมากว่าแม่จะไม่มารับกลับบ้าน ไม่ชอบอยู่รอเป็นคนสุดท้าย
(ที่จริงก็ไม่ได้เป็นคนสุดท้ายเล้ย ประสาทไปเอง)
ความทรงจำที่ดีกับเพื่อนอนุบาลก็ลางๆแล้วล่ะ ถึงอย่างนั้นเราก็ยังพอจำได้นะ
ถ้าถามว่าอยากเจอไหม ก็คงอยาก
แล้วก็คงแปลกใจที่เพื่อนๆโตขึ้น ไม่ได้ตัวเล็กเหมือนอย่างที่อยู่ในความทรงจำ
แต่ถ้าถามว่า เราอยากจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไหม
บางที เราอาจจะตอบว่าไม่
เราเพียงแค่อยากนึกถึงสิ่งสวยงาม ความทรงจำล้ำค่าในชีวิต
โดยไม่ต้องการจะเข้าไปมีส่วนแทรกแซง ทำให้ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป
ทั้งของเขา และของเรา
เพียงแค่เก็บไว้นึกถึงวันเวลาดีๆเก่าๆ เท่านั้นเอง
แต่...
ขอเขียนแต่อีกสักครั้งนะจ๊ะ
ว่าแต่ว่าความทรงจำตอนอนุบาลกะ Why do I love you so? มาเกี่ยวไรกันได้เนี่ย??
อ๋อๆ มันเกี่ยวกับความทรงจำล้ำค่าเกี่ยวกับเพื่อนๆ ใช่ป่ะๆ
ลากยาวมาไกลแฮะ
เฮ้อ เรานี่ เพ้อเจ้อจริงๆเล้ย! 10月3日 พาราที่รักเมื่อเวลาใกล้สอบ หมูหวานอัพสเปซบ่อย
พร่ำบ่นเหมือนคนบ้า
เมื่อเวลาสอบ
หมูหวานอัพสเปซบ่อยกว่าซะอีก
ขณะสอบ
ก็คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเอาไปใส่ในสเปซยังไงดี?
เป็นบ้ามะ
ระหว่างสอบชอบปวดหัวทุกทีเลย
โดยเฉพาะเวลานั่งอยู่หน้าข้อสอบแล้วอ่ะนะ จะยิ่งปวดหัวมากจนลืมตาไม่ขึ้นเลยทีเดียว
กินพาราเยอะเหมือนกินข้าวอยู่แล้วเนี่ย
ก็รู้อ่ะนะว่ามันไม่ดีเท่าไร แต่ไม่กินก็ไม่ได้
ที่จริง กินไป ก็เหมือนจะเป็น placebo มากกว่าซะด้วย
แต่ไม่กินไม่ได้อ่ะ
มันปวดเกินจะทนจริงๆ
ไมเกรนอ่ะเปล่า? ไม่อ่ะ อาการปวดมันไม่ใช่
เกิดจากความเครียดอ่ะแหละ
..
..
..
เฮ้ๆๆ
แต่เราไม่ได้เครียดนี่ 10月1日 เครียดไม่เครียดไม่เครียดไม่เครียดโอย
ปวดหัว
ไม่เครียดนะไม่เครียด
แต่ปวดหัวมั่กๆ
จะอ่านCVS มันไปทำม้ายม่ายรุ
เสียเวลาชะมัด
ฮือๆๆ
ไม่เครียดนะไม่เครียด |
|
|